วิธีป้องกันควาร้อนจากหลังคาเข้าสู่พื้นที่พักอาศัย สามารถทำได้ดังนี้

1. ใช้หลักการพาความร้อนด้วยวิธีธรรมชาติ ตามปกติธรรมชาติของความร้อมซึ่งมีน้ำหนักเบาจะลอยตัวขึ้นสู่ที่สูงเสมอ ในเวลากลางวันอากาศร้อนนี้จะพากันไปสะสมอยู่ในบริเวณช่องว่างใต้หลังคาเป็นจำนวนมาก เพื่อรอให้กระแสลมพัดพาเอาความร้อนนี้ถ่ายเทออกไป ดังนั้นการดัดแปลงที่เหมาะสมคือการสร้างช่องระบายอากาศให้กับหลังคา ซึ่งมีวิธีง่ายๆ ดังนี้
- การดัดแปลงฝ้าใต้ชายคาทั้งหน้าบ้านและหลังบ้านให้เป็นชนิดรูพรุน เพื่อช่วยระบายอากาศซึ่งปัจจุบันมีจำหน่ายในท้องตลาดเป็นกระเบื้องแผ่นเรียบชนิดรูพรุน
- เพิ่มหน้าจั่วให้กับหลังคา โดยทำแผงหน้าจั่ว (หน้าบัน) เป็นบานเกล็ดไม้ระบายอากาศ
- เพิ่มลูกหมุนระบายอากาศบนหลังคาด้านหลังบ้าน หรือด้านที่มองไม่เห็น

2. การสะท้อนความร้อนมิให้ผ่านเข้ามาทางหลังคา ด้วยการทาหรือพ่นสีสะท้อนความร้อน ซึ่งมีส่วนผสมของสารประเภทเซรามิกเคลือบผิวหน้ากระเบื้อง วิธีนี้เป็นวิธีแก้ปัญหาที่ตรงจุดที่สุด นั่นคือการสกัดกั้นความร้อนมิให้ผ่านหลังคาเข้ามา แต่วิธีนี้มีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง จึงไม่นิยมทำในบ้านพักอาศัย

3. การสกัดกั้นหรือลดทอนความร้อน ที่ผ่านจากหลังคามิให้เข้าสู่พื้นที่ใช้สอยซึ่งทำได้หลายวิธีดังนี้
- การฉีดพ่นฉนวนประเภทโฟมใต้หลังคา
- การติดตั้งแผ่นสะท้อนความร้อน (foil) เหนือฝ้าเพดาน
- การติดตั้งแผ่นสะท้อนความร้อน (foil) พร้อมฉนวนใยแก้วเหนือฝ้าเพดานเพื่อลดการแผ่รังสีความร้อน

4. สำหรับดาดฟ้าหรือพื้นคอนกรีต ซึ่งเป็นตัวดูดซับความร้อนและแผ่รังสีความร้อนสู่พื้นที่ใช้สอยอย่างมาก วิธีที่ประหยัดที่สุดคือ ตั้งเสาเหล็กสูงประมาณ 2.20 ม.ขึ้นสี่มุม (รอบพื้นที่) แล้วใช้ลวดหรือเชือกไนล่อนขึงตาข่ายกรองแสงสีเขียว (ซาเรน) คลุมพื้นที่ เพื่อให้ร่มเงานแก่ดาดฟ้า ซึ่งจะช่วนทำให้ลดทอนความร้อนกว่า 60 % และเคล็ดลับสุดท้ายคือ ก่อนใช้พื้นที่ห้องชั้นบนทุกครั้งควรเปิดประตู-หน้าต่างห้องทั้งหมดทึ้งไว้น้อยกว่า 1 ชม. เพื่อให้กระแสลมค่อยๆ พัดพาความร้อนที่สะสมค่อยๆ ออกไป ด้วยวิธีนี้สามารถประหยัดพลังงานเครื่องปรับอากาศได้ไม่น้อยกว่า 20%